Mobitz II
PR คงที่แล้ว P ตกหลั่นกะทันหัน ± QRS กว้าง — พยากรณ์อันตราย เสี่ยง complete AV block
→ admit + consult pacemakerQuick Review · หน้าหอผู้ป่วย
เกณฑ์ที่ต้องใช้จริง สูตรที่ลืมบ่อย และ red flags ที่ห้ามพลาด — ออกแบบมาสำหรับคนที่มีพื้นฐานแล้วและต้องการเปิดทวนก่อนเขียน note
อ่านตามลำดับเดิมทุกครั้ง 7 ขั้นตอน ใช้เวลาราว 60 วินาที — คลิกแต่ละขั้นเพื่อดูสิ่งที่ต้องตรวจ
หนึ่งช่องเล็กคือหน่วยพื้นฐานของทุกอย่างบนกระดาษ ECG — ตัวเลขชุดนี้คือเกณฑ์ที่ใช้บ่อยที่สุด
ถ้า calibration ผิด ตัวเลขทุกตัวบน ECG ก็ผิดตาม — ตรวจ pulse สี่เหลี่ยมสูง 10 mm ที่ต้นแผ่นก่อนเสมอ
39 เกณฑ์สำคัญ ค้นหาด้วยชื่อโรค ตัวเลข หรือคำสำคัญ — กด Enter เพื่อเปิดรายละเอียด
คลิกที่ลีดเพื่อดู territory, culprit artery และ reciprocal changes — ใช้เวลาสงสัย STEMI
คำนวณ HR, แกนไฟฟ้า และ QTc แบบเร็ว ๆ — ตัวเลขที่ได้เป็นเพียงตัวช่วย ไม่แทนการอ่านภาพรวม
ใช้กับจังหวะสม่ำเสมอ · ถ้า irregular ใช้ 6-second rule
Lead I (+) และ aVF (+) = normal quadrant
ปกติสำหรับชาย (< 440 ms)
ถ้าเจอสิ่งใดสิ่งหนึ่งในกลุ่มนี้ ให้หยุดอ่านต่อและจัดการตามเส้นทางฉุกเฉิน
PR คงที่แล้ว P ตกหลั่นกะทันหัน ± QRS กว้าง — พยากรณ์อันตราย เสี่ยง complete AV block
→ admit + consult pacemakerAF + QRS กว้าง irregular ที่อัตราเร็วมาก — ห้ามให้ AV nodal blocker (adenosine, verapamil, digoxin)
→ synchronized cardioversionDeep inverted หรือ biphasic T ใน V2–V3 หลังหายเจ็บอก — บอก critical proximal LAD
→ ห้าม stress test · urgent angiogramโดยเฉพาะร่วมกับ hypokalemia, hypomagnesemia หรือยาหลายตัว — เสี่ยง Torsades de Pointes
→ stop QT drugs · correct electrolytesสงสัย RV infarction — ตรวจ V4R, ระวัง nitrates และ diuretics ที่ลด preload
→ fluid challenge · V4RQRS กว้าง + T tented + P แบน — อาจลุกลามเป็น sine wave / asystole
→ IV calcium · shift K⁺ข้อสอบ 5 ตัวเลือก ครอบคลุมทั้ง 39 เกณฑ์ เลือกทำชุดสั้น 20 ข้อ ชุดครบเกณฑ์ 39 ข้อ หรือทำทั้งหมด 205 ข้อ
Learn from scratch · คอร์ส 9 บท
เริ่มจากกระดาษหนึ่งแผ่น ไปจนถึงการอ่าน ischemia อย่างเป็นระบบ — แต่ละบทมีภาพประกอบ คำอธิบายภาษาไทย และคำถามทบทวนสั้น ๆ
แนะนำให้เรียนตามลำดับ แต่ละบทใช้เวลา 5–7 นาที และมีจุดตรวจความเข้าใจท้ายบท
ก่อนอ่านโรค ต้องอ่าน “ภาษา” ของกระดาษให้คล่อง — หนึ่งช่องเล็กแทนเวลาและแรงดันเท่าไร และทำไม R wave ถึงโตขึ้นจาก V1 ไป V6
กระดาษ ECG คือกราฟสองแกนที่เรียบง่ายมาก: แนวนอนคือเวลา และ แนวตั้งคือความต่างศักย์ไฟฟ้า (voltage) ทุกเกณฑ์ที่คุณจะใช้ตลอดคอร์สนี้มาจากหน่วยพื้นฐานสองหน่วยนี้
กรณีที่ต้องปรับ scale: half-standard (5 mm/mV) ใช้เมื่อ QRS สูงมากจนยอดคลื่นซ้อนทับกัน เช่น severe LVH หรือ Katz-Wachtel phenomenon; double-standard (20 mm/mV) ใช้เมื่อ amplitude ต่ำมากและต้องการดู P wave หรือ Q wave เล็ก ๆ
ECG 12 ลีดไม่ได้มองหัวใจจาก 12 ตำแหน่งบนร่างกายจริง ๆ แต่เป็น 12 มุมมองทางไฟฟ้า แบ่งเป็น 2 ระนาบ: frontal plane (ลีดแขนขา 6 ตัว) และ horizontal plane (ลีดหน้าอก 6 ตัว)
| ลีด | มุม / ตำแหน่ง | มองเห็นอะไร |
|---|---|---|
| I | RA(−) → LA(+) · 0° | ผนังข้างซ้าย (lateral) |
| II | RA(−) → LL(+) · +60° | ผนังล่าง (inferior) — ลีดหลักของ sinus P |
| III | LA(−) → LL(+) · +120° | ผนังล่าง (inferior) |
| aVR | แขนขวา · −150° | โพรงหัวใจ — ลีดเดียวที่คลื่นปกติเกือบทั้งหมดหัวกลับ |
| aVL | แขนซ้าย · −30° | ผนังข้างซ้ายสูง (high lateral) |
| aVF | เท้าซ้าย · +90° | ผนังล่าง (inferior) |
| V1–V2 | ช่องซี่โครงที่ 4 ติด sternum | Septum และ right ventricle |
| V3–V4 | กลางอกถึง midclavicular line | Anterior wall |
| V5–V6 | anterior/midaxillary line ระดับ V4 | Lateral wall |
Einthoven’s law คือ Lead I + Lead III = Lead II ใช้ตรวจการติดลีดผิดได้เร็ว ๆ และจำง่ายว่า aVR คือ “ลีดกระจก” — P, QRS และ T ปกติจะหัวกลับเกือบทั้งหมด
Right-sided V3R–V6R ใช้เมื่อสงสัย RV infarction ร่วมกับ inferior STEMI — ST elevation ใน V4R ≥ 0.5 mm ถือว่า diagnostic
Posterior V7–V9 ใช้เมื่อสงสัย isolated true posterior MI — มองหา ST depression + tall R + upright T ใน V1–V3 เป็น mirror image
คลื่น QRS เกิดจากเวกเตอร์รวมของการ depolarization ของ ventricle ซึ่งไม่พร้อมกันทั้งหมด ลำดับหลักมีสองจังหวะ:
ถ้า progression ผิดปกติ ให้คิดถึง anterior MI (poor R progression), RVH, LBBB, COPD หรือ lead misplacement ก่อนเสมอ
Dagger-like Q wave — q wave ปกติใน V6 เล็กมาก (< 0.04 s และ < 2 mm หรือ < 15% ของ R) แต่ถ้าเห็น q แคบ ลึก และแหลมคล้ายกริชใน I, aVL, V5, V6 ให้คิดถึง septal hypertrophy เช่น HCM
ก่อนจะจำโรค ให้จำภาพปกติให้แม่น: P wave ตั้งใน I, II, aVF และหัวกลับใน aVR; PR 120–200 ms; QRS แคบ < 120 ms; T wave ตั้งในลีดที่ QRS หลักตั้ง (I, II, V3–V6); ST segment อยู่บน baseline
ในบทถัดไปคุณจะเอาภาพนี้ไปใช้คำนวณ rate, ตัดสิน rhythm และไล่ตาม 7 ขั้นตอนอย่างเป็นระบบ
อ่านอัตราให้ถูกก่อนอ่านจังหวะ แล้วใช้ลำดับ 7 ขั้นตอนเดิมทุกครั้ง — ความสม่ำเสมอคือสิ่งที่ป้องกันไม่ให้คุณมองข้าม STEMI ระหว่างสนใจ arrhythmia
เลือกวิธีตามจังหวะ ไม่ใช่ตามความถนัด — ถ้า R–R ไม่สม่ำเสมอ การใช้ 300 ÷ จำนวนช่องใหญ่จะให้ตัวเลขที่หลอกตา
| จังหวะ | วิธี | สูตร |
|---|---|---|
| Regular | Large box method | HR = 300 ÷ จำนวนช่องใหญ่ระหว่าง R–R ลำดับที่ควรท่อง: 300 · 150 · 100 · 75 · 60 · 50 · 43 · 37 |
| Regular (แม่นกว่า) | Small box method | HR = 1500 ÷ จำนวนช่องเล็กระหว่าง R–R |
| Irregular | 6-second rule | นับ QRS ใน 30 ช่องใหญ่ (6 วินาที) แล้ว × 10 |
ข้อควรระวัง: อย่านับ PVC เป็น beat ของจังหวะหลัก และถ้าเป็น AF ให้ใช้ 6-second rule หรือค่าเฉลี่ยจากหลายช่วง R–R
ถ้า P wave ตั้งใน I, II, aVF แต่ rate เร็วกว่า 100 bpm ให้เรียกว่า sinus tachycardia ไม่ใช่ SVT — และให้หาสาเหตุ เช่น fever, pain, hypovolemia, anemia, thyrotoxicosis, sepsis ก่อนจะคิดถึงยาลดอัตราการเต้น
Wide-complex tachycardia ที่ “ดูเหมือน” SVT อาจเป็น VT ได้ — และการให้ยาผิดอาจทำให้เสียชีวิต ใช้หลักฐานที่แข็งที่สุดก่อน:
ถ้าแยกไม่ได้และผู้ป่วย unstable ให้ถือเป็น VT และทำ synchronized cardioversion ตามข้อบ่งชี้ — อย่ารอให้แน่ใจก่อนรักษา
Normal sinus rhythm — P ก่อน QRS ทุกตัว, rate 72, PR คงที่
อ่านตามลำดับนี้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ECG ปกติหรือซับซ้อน — ลำดับที่ดีช่วยให้คุณไม่หลงอยู่ในรายละเอียดจุดเดียว
ในโหมด Quick Review มีปุ่มจับเวลา 60 วินาทีสำหรับฝึกอ่านตามลำดับนี้ — ลองใช้บ่อย ๆ จนเป็น muscle memory
แกนไฟฟ้าคือทิศทางสุทธิของ ventricular depolarization ในระนาบ frontal — หาได้ใน 3 วินาทีด้วย Lead I กับ aVF และใช้แยก LAFB, RVH และ VT
ระหว่าง ventricular depolarization มีเวกเตอร์ไฟฟ้าจำนวนมากเกิดขึ้นพร้อมกันในทิศต่าง ๆ เมื่อรวมกันแล้วจะได้ เวกเตอร์สุทธิหนึ่งตัว ซึ่งชี้ไปในระนาบ frontal — มุมของเวกเตอร์นี้คือ mean QRS axis
ปกติหัวใจอยู่ด้านซ้ายและลงล่าง แกนจึงมักชี้ระหว่าง −30° ถึง +90° (บางตำราอาจใช้ 0° ถึง +90° แต่ทางคลินิกถือ −30° ถึง +90° เป็นสรีรวิทยาปกติ)
| ประเภท | องศา | ความหมาย |
|---|---|---|
| Normal axis | −30° ถึง +90° | สรีรวิทยาปกติ |
| Left axis deviation | −30° ถึง −90° | เบนไปทางซ้ายเกิน normal |
| Right axis deviation | +90° ถึง +180° | เบนไปทางขวา |
| Extreme axis | −90° ถึง ±180° | “No-man’s land” — คิดถึง VT, hyperkalemia, lead reversal |
ดู Lead I และ aVF ก่อน เพราะตั้งฉากกันที่ 0° และ +90°:
| Lead I (+) | Lead I (−) | |
|---|---|---|
| aVF (+) | Normal (0° ถึง +90°) | RAD (+90° ถึง +180°) |
| aVF (−) | ดู Lead II ต่อ | Extreme (−90° ถึง ±180°) |
ถ้า Lead I (+) และ aVF (−) แกนอยู่ระหว่าง 0° ถึง −90° ให้ดู Lead II (+60°) ซึ่งตั้งฉากกับ −30°:
Lead II บวก → แกน 0° ถึง −30° = normal · Lead II ลบ → แกนเกิน −30° = pathological LAD
วิธีนี้แม่นถึงระดับองศา ใช้เมื่อ quadrant method ไม่พอ:
| LAD (−30° ถึง −90°) | RAD (+90° ถึง +180°) |
|---|---|
| Left Anterior Fascicular Block (พบบ่อยสุด) | Right ventricular hypertrophy |
| LVH | Left Posterior Fascicular Block |
| Prior inferior MI (สูญเสียเวกเตอร์ล่าง) | Acute PE / cor pulmonale / COPD |
| LBBB · RV apical pacing | Prior lateral MI · dextrocardia · normal variant |
| WPW (right-sided pathway) | — |
ประเมินจาก transition zone จุดที่ R/S = 1:
P wave คือหน้าต่างบานเดียวที่เรามองเห็นการ depolarization ของ atrium — รูปร่างและระยะเวลาบอกทั้งขนาดห้อง ความเร็วการนำ และจุดกำเนิดของจังหวะ
การ depolarization เริ่มที่ SA node แล้วกระจายผ่าน right atrium ก่อน (เวกเตอร์ลงล่างและไปด้านหน้า) จากนั้นผ่าน Bachmann’s bundle ไป left atrium (เวกเตอร์ไปซ้ายและด้านหลัง) P wave จึงเป็นผลรวมของสองช่วงนี้
ใน Lead II ทั้งสองเวกเตอร์มีองค์ประกอบลงล่าง จึงเห็น P ตั้งเรียบ · ใน V1 เห็นเป็น biphasic โดย positive initial (RA) และ negative terminal (LA)
เมื่อ RA โตหรือหนาตัว เวกเตอร์ RA มีแรงดันไฟฟ้าสูงขึ้น แต่ RA ยัง depolarize เสร็จก่อน LA P wave จึง สูงขึ้นแต่ไม่กว้างขึ้น
เมื่อ LA โต การนำไฟฟ้าใช้เวลานานขึ้น ส่วนท้ายของ P จึงยืดออกและอาจเห็นเป็นสองยอด P wave กว้างขึ้นและมี notch
เกิดเมื่อทั้ง RA และ LA โตพร้อมกัน — P wave เข้าเกณฑ์ทั้ง RAE และ LAE:
ไฟฟ้าวิ่งย้อนจาก AV junction หรือ ventricle ขึ้น atrium (ล่างขึ้นบน):
P wave อย่างน้อย 3 รูปแบบในลีดเดียวกัน + PR ไม่เท่ากัน · rate < 100 = WAP, > 100 = MAT (พบใน COPD exacerbation, theophylline toxicity, hypoxemia)
ถามตัวเอง 2 คำถาม: “P สูงเกิน 2.5 mm ไหม?” → RAE · “P กว้างเกิน 3 ช่องเล็กหรือมี notch ไหม?” → LAE · แล้วดู V1 เพื่อยืนยัน
PR interval คือเวลาที่สัญญาณเดินทางจาก atrium ผ่าน AV node ไปถึง ventricle — การยาวขึ้น การหลุดของ beat และความสัมพันธ์ระหว่าง P กับ QRS บอกตำแหน่งและอันตรายของ block
PR interval วัดจากจุดเริ่ม P wave ถึงจุดเริ่ม QRS (ไม่ว่าจะเริ่มด้วย Q หรือ R) ค่าปกติ 120–200 ms (3–5 ช่องเล็ก) สะท้อนเวลาตั้งแต่ atrial depolarization จน ventricle เริ่มถูกกระตุ้น
PR segment วัดจากจุดสิ้นสุด P ถึงจุดเริ่ม QRS — เป็นช่วงที่ atrium depolarize เสร็จแล้ว แต่สัญญาณยังเคลื่อนผ่าน AV node และ His-Purkinje อย่างช้า ๆ
เพื่อให้ atrium บีบตัวเติมเลือดเข้า ventricle ได้เต็มที่ (atrial kick) และทำหน้าที่เป็น filter ป้องกันไม่ให้อัตราเร็วจาก atrium เช่น AF/flutter ส่งลง ventricle ทั้งหมด
High-grade AV block คือมี P ตกหลั่นติดกันตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป (เช่น 3:1, 4:1) แต่ยังมี conduction บางส่วน — ให้จัดการเหมือน block ระดับสูง
PR สั้นกว่า 120 ms เกิดเมื่อไฟฟ้าลัดผ่านทางเดินพิเศษโดยไม่ผ่าน AV node:
ใน pre-excited AF สัญญาณวิ่งผ่าน accessory pathway ลง ventricle ได้เร็วมาก อาจเกิด VF — ห้ามให้ adenosine, β-blocker, verapamil หรือ digoxin ให้ทำ synchronized cardioversion
LGL syndrome: short PR < 120 ms แต่ QRS แคบปกติและไม่มี delta wave (James fibers ลัดบางส่วนของ AV node) · Junctional/low atrial rhythm: short PR ร่วมกับ P หัวกลับใน II, III, aVF
ใช้ TP segment เป็น baseline:
QRS บอกทั้งขนาดกล้ามเนื้อหัวใจ เส้นทางนำไฟฟ้า และจังหวะกำเนิด — ฝึกอ่านความสูง ความกว้าง และ morphology ให้เป็นภาพเดียว
ความสูงของ QRS ขึ้นกับระยะทางจากขั้วไฟฟ้าถึงหัวใจ, ความหนาของผนังอก, ลม/น้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด, pericardial effusion และมวลกล้ามเนื้อหัวใจที่สร้างไฟฟ้า
| LVH | RVH |
|---|---|
| Sokolow-Lyon: SV1 + RV5/V6 ≥ 35 mm · RaVL ≥ 11 mm | V1: R ≥ 7 mm และ R/S > 1 |
| Cornell: SV3 + RaVL ≥ 28 mm (ชาย) / ≥ 20 mm (หญิง) | V5/V6: S ≥ 7 mm และ R/S < 1 |
| Supportive: LV strain, LAE, LAD, intrinsicoid deflection ≥ 45 ms ใน V5/V6 | Supportive: RAD, RAE, RV strain (ST depression/T inversion V1–V3, II, III, aVF) |
Biventricular hypertrophy อาจเห็น criteria ผสมกัน หรือ Katz-Wachtel phenomenon — tall diphasic QRS รวม > 50 mm ใน V2–V5 มักพบใน congenital heart disease (โดยเฉพาะ VSD) หรือ severe hypertensive disease
Electrical alternans — QRS amplitude สลับสูง–ต่ำทุก beat ควรคิดถึง large pericardial effusion/tamponade; อาจเกิดจาก AVRT/WPW หรือ conduction defect เป็นพัก ๆ
QRS กว้าง ≥ 120 ms (> 3 ช่องเล็ก) จาก delay ใน specialized conduction system:
เห็น RBBB สลับ LBBB ในแผ่นเดียวกัน หรือ cRBBB + LAFB สลับ LPFB — เทียบเท่า incomplete trifascicular block เสี่ยง asystole สูง ต้องรีบปรึกษา pacemaker
QRS กว้างบ้างแคบบ้างสลับกันในคนเดียวกัน — เกิดเมื่อสัญญาณมาถึงขณะ bundle branch ข้างหนึ่งยัง refractory:
Non-specific IVCD: QRS ≥ 120 ms แต่ไม่มี pattern LBBB/RBBB ชัด — คิดถึง paced rhythm, WPW, scar/fragmented QRS, sodium channel blocker toxicity, hyperkalemia
ST elevation ไม่ได้แปลว่า STEMI เสมอ และ STEMI ไม่ได้เริ่มที่ ST elevation เสมอ — บทนี้สอนทั้งเกณฑ์ การอ่าน territory และกับดักที่พบบ่อย
ST segment เริ่มจาก J-point (สิ้นสุด QRS) ถึงจุดเริ่ม T wave สอดคล้องกับ phase 2 plateau ของ action potential ในภาวะปกติเซลล์ทุกเซลล์มีศักย์เท่ากัน จึงไม่มีกระแสสุทธิและ ST ควรอยู่บน baseline
ใช้ TP segment เป็น baseline หลัก ถ้า HR เร็วจนไม่มี TP ให้ใช้ปลาย PR segment
| ST elevation | Culprit | Territory | Reciprocal |
|---|---|---|---|
| V1–V2 | LAD (septal perforators) | Septal | — |
| V3–V4 | LAD (diagonal / main) | Anterior | II, III, aVF |
| V1–V6, I, aVL | Proximal LAD | Extensive anterior | II, III, aVF |
| I, aVL, V5, V6 | LCx หรือ diagonal | Lateral | II, III, aVF |
| II, III, aVF | RCA (~85%) หรือ LCx (~15%) | Inferior | I, aVL |
| V4R (≥ 0.5 mm) | Proximal RCA | Right ventricle | — |
| V7–V9 (≥ 0.5 mm) | LCx หรือ distal RCA | Posterior | V1–V3 (ST depression, tall R) |
Inferior STEMI + hypotension: ให้ตรวจ V4R ก่อนให้ nitrates/diuretics — ถ้ามี RV infarction การลด preload อาจทำให้ความดันตกหนัก
Posterior MI: อย่ามองแค่ ST depression ใน V1–V3 ว่าเป็น ischemia anterior — ให้ดู tall R และ upright T ซึ่งเป็น mirror image ของ posterior elevation
T wave คือคลื่นที่ “เล่าเรื่อง” repolarization — รูปร่าง สมมาตร และทิศทางเมื่อเทียบกับ QRS บอกได้ว่าเป็น ischemia, strain, memory หรือ electrolyte
เมื่อขาดเลือด เซลล์เปลี่ยนไปใช้ anaerobic glycolysis, เกิด intracellular acidosis, Na⁺/Ca²⁺ overload และ K⁺ รั่วออกนอกเซลล์ผ่านช่อง IKATP ที่เปิดเมื่อ ATP ต่ำ ผลคือ resting membrane potential สูงขึ้น (ลบน้อยลง), conduction ช้าลง และ repolarization ผิดลำดับ
การเปลี่ยนทิศของ repolarization คือสิ่งที่ทำให้ T wave กลับหัวหรือสูงผิดปกติ — ตำแหน่งและลำดับของความผิดปกติสำคัญกว่าความสูงเพียงอย่างเดียว
จาก subendocardial ischemia: subendocardium repolarize เร็วกว่า epicardium (กลับทิศจากธรรมชาติ) เวกเตอร์จึงพุ่งออกจากผิวนอกหัวใจ → T หัวกลับ ลักษณะ สมมาตร ปลายแหลม
ผู้ป่วย unstable angina ที่เพิ่งหายปวด:
Type A (25%) — biphasic T (บวกนำ ลบตาม) ใน V2–V3
Type B (75%) — deeply inverted T สมมาตรใน V2–V3 (อาจถึง V1–V6)
บ่งชี้ critical proximal LAD stenosis · ห้าม exercise stress test — เสี่ยง large anterior STEMI · ต้องส่ง coronary angiogram
ผนังหนาตัวทำให้ depolarization ใช้เวลานานกว่า repolarization ของ subendocardium → repolarization ถูกบีบให้วิ่งย้อน → T หัวกลับรูป reverse check mark: gradual downslope แล้ว steep upslope ร่วมกับ ST depression เล็กน้อย
เกิดเมื่อลำดับ depolarization เปลี่ยน ทำให้ repolarization เปลี่ยนตาม — T จะ discordant กับ QRS หลักเสมอ:
| แบบ | ลักษณะ | บริบท |
|---|---|---|
| Hyperacute T | สูงใหญ่ ฐานกว้าง ค่อนข้างสมมาตร | สัญญาณแรกสุดของ acute transmural ischemia ภายในไม่กี่นาที |
| Tented T | สูง ฐานแคบ ยอดแหลมสมมาตร | Hyperkalemia — อาจตามด้วย QRS กว้าง, P แบน, sine wave |
| Benign early repolarization | T สูงสัมพันธ์กับ R สูง + concave STE + J-point notch | คนหนุ่มสาว นักกีฬา |
Flat T (< 1 mm) พบใน hypokalemia, hypothyroidism, ischemia ระยะแรก · Bifid/notched T พบใน LQT2, ยาบางชนิด หรือมี U wave ซ้อน
QT คือช่วงเวลาทั้งหมดของ ventricular depolarization + repolarization — เมื่อมันยาวขึ้น ความเสี่ยง Torsades de Pointes ก็เพิ่มขึ้นแบบไม่เป็นเส้นตรง บทสุดท้ายนี้รวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
วัดจาก จุดเริ่ม QRS ถึง จุดสิ้นสุด T wave แนะนำ Lead II หรือ V5–V6 เพราะเห็นจุดสิ้นสุด T ชัดที่สุด
QT แปรผกผันกับ HR (หัวใจเร็ว QT สั้น, หัวใจช้า QT ยาว) จึงต้องปรับเป็น QTc:
| ปกติ | ก้ำกึ่ง | ยาวผิดปกติ | |
|---|---|---|---|
| ชาย | < 440 ms | 440–460 ms | > 460 ms |
| หญิง | < 460 ms | 460–470 ms | > 470 ms |
QTc > 500 ms เพิ่มความเสี่ยง Torsades de Pointes อย่างชัดเจน — โดยเฉพาะเมื่อมี hypokalemia, hypomagnesemia หรือใช้ยาหลายตัวร่วมกัน
เมื่อ repolarization ยืดยาว ช่อง Ca²⁺/Na⁺ อาจฟื้นตัวและเปิดซ้ำใน phase 2–3 เกิด early afterdepolarizations (EADs) ถ้า EAD ตกลงบน vulnerable period ของ T (R-on-T) จะกระตุ้น polymorphic VT ที่แกนบิดรอบ baseline — Torsades de Pointes — และอาจกลายเป็น VF
| Type | T wave | Trigger | Ion channel |
|---|---|---|---|
| LQT1 (~50%) | Broad-based | ออกกำลังกายหนัก, ว่ายน้ำ | IKs ลด · KCNQ1 |
| LQT2 (~40%) | Flat/notched/bifid | เสียงดังตกใจ (นาฬิกาปลุก) | IKr ลด · KCNH2/hERG |
| LQT3 (~10%) | ST ยาว + T แหลมเล็กมาช้า | พัก/นอนหลับ/bradycardia | Late INa เพิ่ม · SCN5A |
Romano-Ward = autosomal dominant, หูปกติ · Jervell and Lange-Nielsen = autosomal recessive, long QT รุนแรง + sensorineural deafness
U wave ปกติ: เล็ก < 1–2 mm หรือ < 25% ของ T, ทิศเดียวกับ T, เห็นชัด V2–V4 เมื่อ HR ไม่เร็ว
ลองอ่านด้วยลำดับ 7 ขั้นก่อนเปิดเฉลยทุกครั้ง — เป้าหมายไม่ใช่การทายโรคเร็ว แต่เป็นการไม่มองข้ามสิ่งที่อันตราย
Diagnosis: Atrial fibrillation
Key findings: irregularly irregular R–R · no P · narrow QRS
Next: ประเมิน rate control, CHA₂DS₂-VASc, ค้นหาสาเหตุ reversible และดูว่ามี pre-excitation หรือไม่
Diagnosis: Inferior STEMI (likely RCA) with possible RV involvement
Key findings: inferior STE + reciprocal lateral STD · hypotension
Next: ตรวจ V4R, ระวัง nitrates/diuretics, เตรียม reperfusion; ถ้า V4R ↑ ≥ 0.5 mm = RV infarction
Diagnosis: Complete (third-degree) AV block with ventricular escape
Key findings: AV dissociation · wide QRS · bradycardia
Next: Admit, monitor, เตรียม temporary/permanent pacemaker; ระวัง asystole
Diagnosis: Benign early repolarization
Key findings: young healthy · concave STE · J-point notch · no reciprocal change
Next: เทียบกับ ECG เดิม; ถ้าอาการเข้ากับ ACS ให้ประเมินต่อ ไม่สรุป benign จาก ECG อย่างเดียว
Diagnosis: Severe hypokalemia with prominent U waves
Key findings: T flattening, ST depression, giant U, T–U fusion
Next: ตรวจ K⁺/Mg²⁺, แก้ electrolyte; ระวังว่า QT ที่ยาวจริงอาจเป็น long QU และเสี่ยง TdP
Diagnosis: Cardiac memory T wave
Key findings: T inversion หลัง abnormal activation หายไป · ไม่มี ischemic symptoms
Next: เทียบ ECG เก่า; ถ้าอาการหรือการเปลี่ยนแปลงใหม่ ให้ประเมิน ischemia ก่อนสรุป memory